วันอังคารที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2555


ในหลวงกับงานทันตกรรม





          เมื่อปี พ.ศ.2513 ภายหลังจากที่ทำพระทนต์ถวาย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระองค์ท่านทรงรับสั่งถามว่า "เวลาที่พระองค์ท่านมีปัญหา เกี่ยวกับฟัน มีทันตแพทย์มาช่วยกันดูแลรักษา แล้วราษฎรที่อยู่ห่างไกลความเจริญ มีหมอช่วยดูแลรักษาหรือเปล่า" เมื่อได้ทรงทราบจากทันตแพทย์ ผู้ถวายการรักษาว่า ไม่มี แม้แต่จังหวัดบางจังหวัด เช่น จังหวัดแม่ฮ่องสอน ไม่มีทันตแพทย์ประจำ อำเภอแทบทุกอำเภอในขณะนั้น ไม่มีทันตแพทย์เลย เมื่อพระองค์ท่านทรงทราบ จึงรับสั่งว่า "โรคฟัน เป็นโรคของทุกคน การที่จะให้ราษฎรผู้ยากไร้ และอยู่ห่างไกลความเจริญ ต้องทิ้งท้องไร่ท้องนา เข้ามารับการรักษาในเมือง คงเป็นไปไม่ได้ น่าที่ทันตแพทย์ จะเดินทางไปดูแลเป็นครั้งคราว ซึ่ง พระราชดำรัสในครั้งนั้น นับเป็นจุดเริ่มต้น งานทันตกรรมเคลื่อนที่ หรืองานทันตกรรมชนบท เป็นครั้งแรกในประเทศไทย โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานรถทำฟันเคลื่อนที่ พร้อมอุปกรณ์ครบ 1 คัน พนักงานขับรถ และผู้ช่วย และขอทันตแพทย์อาสาสมัคร จากคณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ครั้งละ 2 คน ออกไป ให้บริการทำฟัน และดูแลสุขภาพในช่องปาก ให้กับราษฎรที่ยากจน ตามตำบล และอำเภอต่างๆ ที่อยู่ห่างไกล โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงเจิมรถทันตกรรมเคลื่อนที่คันแรก เมื่อเดือนเมษายน พ.ศ.2513 ที่พระราชวังไกลกังวล หัวหิน และได้ออกบริการประชาชนที่อำเภอทับสะแก ใกล้เขตแดนพม่าเป็นครั้งแรก ทันตแพทย์อาสาจะผลัดเปลี่ยนกันทุกอาทิตย์ การให้บริการทำตลอดปี ยกเว้นฤดูฝน โดยย้ายไปตามอำเภอต่างๆ อำเภอละ 1 วัน ในระยะแรก การให้บริการ เป็นการถอนฟัน และให้ความรู้ในการดูแลสุขภาพช่องปาก เป็นส่วนใหญ่ เพราะราษฎรไม่เคยได้รับ การดูแลเรื่องฟันมาเลยในชีวิต



ดิฉันขอขอบพระคุณท่านอธิบดี และกรมอนามัย ที่ให้ความสนใจกับวชิาชีพทันตแพทย์ และให้เกียรติดิฉันมาบรรยายเรื่อง "ในหลวงกับงานทันตกรรม" ดิฉันได้มีโอกาสรับใช้ใต้เบื้องพระยุคลบาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาตั้งแต่ ปี พ.ศ.2512 นับเป็นเวลารวม 35 ปีแล้ว จึงได้รับทราบถึงพระมหากรุณาธิคุณ ที่พระองค์ท่านทรงมีต่อวิชาชีพทันตแพทย์ และงานทันตกรรม ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีโครงการตามพระราชดำริ ที่เป็นงานทันตกรรม อยู่หลายโครงการ








วันอังคารที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

   สคส  ในหลวง  2555




           วันที่ 31 ธันวาคม ประจำปีพุทธศักราช 2554 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานพระราชดำรัสอวยพรปีใหม่ พ.ศ.2555 แก่ปวงชนชาวไทย ความว่า ประชาชนชาวไทยทั้งหลาย บัดนี้ถึงวาระจะขึ้นปีใหม่ ข้าพเจ้าขอส่งความปรารถนาดี มาอวยพรแก่ท่านทุก ๆ คน และขอขอบใจท่านเป็นอย่างมาก ที่ร่วมกันจัดงานฉลองอายุครบ 7 รอบ ให้อย่างเหมาะสมงดงาม ระหว่างปีที่แล้ว เหตุการณ์ต่าง ๆ ในบ้านเมือง นับว่าเป็นปรกติดี แต่พอเข้าปลายปี ก็เกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ เป็นเหตุให้ประชาชนหลายจังหวัด ต้องประสบอันตราย และความเดือดร้อนลำบาก ความเสียหายครั้งนี้ ดูจะร้ายแรงกว่าครั้งไหน ๆ ที่ผ่านมา ข้อนี้น่าจะเป็นเครื่องเตือนใจอย่างสำคัญ ดังที่ข้าพเจ้าได้กล่าวไว้หลายครั้งแล้วว่า วิถีชีวิตของคนเรานั้น จะต้องมีทุกข์ มีภัย มีอุปสรรค ผ่านเข้ามาเนือง ๆ ไม่มีผู้ใดจะอยู่เป็นปรกติสุขอย่างเดียวได้ ทุกคนจึงจะต้องเตรียมกายเตรียมใจ และเตรียมการไว้ให้พร้อมเสมอ เพื่อเผชิญและป้องกันแก้ไขความไม่ปรกติเดือดร้อนต่าง ๆ ด้วยความไม่ประมาท ด้วยเหตุผล ด้วยหลักวิชา และด้วยสามัคคีธรรม

           ในปีใหม่นี้ จึงขอให้ประชาชนชาวไทย ได้ตั้งตนอยู่ในความไม่ประมาท โดยมีสติรู้ตัว และปัญญารู้คิดกำกับอยู่ตลอดเวลา ผู้ใดมีภาระหน้าที่อันใด ก็เร่งกระทำให้สำเร็จลุล่วงไปให้ทันการณ์ทันเวลา ผลงานทั้งนั้น จะได้ส่งเสริมให้แต่ละคน ประสบแต่ความสุขความเจริญ และทำให้ชาติบ้านเมืองดำรงมั่นคง และก้าวหน้าต่อไปด้วยความผาสุกสวัสดี

          ขออานุภาพแห่งคุณพระศรีรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย จงคุ้มครองรักษาท่านทุกคน ให้มีความสุข ไม่มีทุกข์ ไม่มีภัย ตลอดศกหน้านี้โดยทั่วกัน

          ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทาน ส.ค.ส.ปีพุทธศักราช 2555 แก่ประชาชนชาวไทย โดย ส.ค.ส.พระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในปีพุทธศักราช 2555 นี้ เป็นพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในฉลองพระองค์สากลสีเทาลายริ้วสีอ่อน ปกด้านซ้ายทรงประดับเข็มเครื่องหมายมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ มูลนิธิที่พระราชทานกำเนิดและทรงดำรงตำแหน่งพระบรมราชูปถัมภ์ ทรงผูกเนคไทสีแดงมีลวดลายสีทอง เข้าชุดกับผ้าปักพระกระเป๋า ฉลองพระองค์ชั้นในเป็นเชิ้ตขาว ประทับบนพระเก้าอี้ ด้านข้างพระเก้าอี้ที่ประทับทั้งสองข้าง มีโต๊ะกลม โต๊ะด้านขวาวางแจกันแก้วขนาดเล็กปักดอกไม้หลากสี

วันอังคารที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ในหลวงพระราชทานพรปีใหม่ พร้อม ส.ค.ส.2549




บัดนี้ถึงวาระจะขึ้นปีใหม่ ข้าพเจ้าขอส่งความปรารถนาดีมาอวยพรแก่ทุกๆ คน
ให้มีความสุข ความเจริญ และความสำเร็จสมประสงค์ในสิ่งที่ปรารถนา
ความปรารถนาของแต่ละคนคงไม่แตกต่างกันนัก คือปรารถนาสุขกายสบายใจ
ความสมบูรณ์ด้วยพลานามัย ด้วยทรัพย์ ด้วยเกียรติยศ พร้อมทั้งความสงบร่มเย็น
พูดถึงความสงบร่มเย็น อาจแยกได้เป็น 2 ส่วน คือความสงบภายนอก กับความสงบภายใน

ภายนอกได้แก่ความเป็นอยู่และสภาวะแวดล้อมที่เป็นปกติ ไม่มีภัยอันตรายหรือความยุ่งยากเดือดร้อน
เช่น น้ำท่วม ไฟไหม้ หรือการขัดแย้ง มุ่งร้ายทำลายกัน
ภายในได้แก่จิตใจที่สะอาดแจ่มใส ไม่มีกังวล ไม่มีความขุ่นเคืองขัดข้อง จิตใจที่สะอาดและสงบนี้สำคัญมาก
เพราะทำให้บุคคลมีสติรู้ตัว มีวิจารณญาณเที่ยงตรงถูกต้อง สามารถคิดอ่านสร้างสรรค์สิ่งที่จะอำนวยประโยชน์สุข
ความเจริญก้าวหน้า ตลอดจนชื่อเสียงเกียรติคุณ อันเป็นสิ่งที่แต่ละคนต้องการให้สัมฤทธิ์ผลได้
ในปีใหม่นี้ ข้าพเจ้าจึงขอให้ท่านทั้งหลายพยายามทำความคิดจิตใจให้สงบ แจ่มใส
ทำความเข้าใจอันดีในกันและกันให้เกิดขึ้น ผู้ที่ทำประโยชน์เกื้อกูลกันก็ควรแสดงไมตรีตอบขอบใจกัน
ด้วยความรักความหวังดี ทุกคนทุกฝ่ายจะได้สามารถร่วมมือ ร่วมความคิดกัน ปฏิบัติงานของตน ของชาติ
ให้ดำเนินก้าวหน้าไปโดยราบรื่นและมั่นคง บรรลุถึงจุดประสงค์ตามที่มุ่งหมาย

ขออานุภาพแห่งคุณพระศรีรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวไทยเคารพบูชา
จงอภิบาลรักษาท่านทุกคนให้ปราศจากทุกข์ ปราศจากภัย ให้มีความสุขสมบูรณ์
และความสำเร็จสมหวัง ตลอดศกหน้านี้โดยทั่วกัน


 

วันอังคารที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ฐานการเรียนรู้ ตามรอยพ่อหลวง หญ้าแฝก