วันอังคารที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2555

ประวัติโรงเรียน เซนต์หลุยส์ ฉะเชิงเทรา










            ในปี 2491 ภราดาฮิวเบิร์ต เจ้าคณะภราดาเซนต์คาเบรียล ได้มอบหมายให้ ภราดายอห์น แมรี่ ร่วมกับ ภราดาภักดี ทุมมกานน ขออนุญาตจัดตั้งโรงเรียน เพื่อให้บริการด้านการศึกษา แก่เยาวชนในจังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งต่อมาโรงเรียนแห่งนี้เป็นที่รู้จัก ในนามของ โรงเรียนเซนต์หลุยส์ ฉะเชิงเทรา 4 มิถุนายน 2491 เป็นวันแรกเริ่มของโรงเรียนแห่งนี้ ในการทำหน้าที่สถาบันการศึกษาของท้องถิ่น ซึ่งมี ภราดายอห์น แมรี่ เป็นผู้จัดการและอธิการ โดยมี นายชลินทร์ ศรีพิจารณ์ เป็นครูใหญ่ ปฐมบทของโรงเรียนเซนต์หลุยส์ ฉะเชิงเทรา นั้น ได้เริ่มต้น โดยคณะครู 6 คน กับ นักเรียน 72 คน เปิดสอนในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 จนถึงชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 3







    A.M. และช่อดอกลิลลี่สีขาว        ย่อมาจาก  ALMANATER   (ภาษาละติน)  หรือภาษาอังกฤษว่า  MOTHER COLLEGE หมายความว่า สถาบันของเราเปรียบประดุจบ้านเกิดของเรา   และเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวของเรา       จงรักสถาบันเปรียบประดุจผู้บังเกิดเกล้านอกจากนี้     A.M.  ยังย่อมาจาก AVE MARIA (ภาษาละติน) ซึ่งเป็นชื่อมารดาของพระเยซูคริสต์เจ้ามีความหมายว่า จะเคารพรักมารดาของเราจนสิ้นสุดจิตใจ ส่วนช่อและดอกลิลลี่ที่ขาวบริสุทธิ์ผุดผ่องนั้น หมายความว่า เราจะต้องเป็นผู้บริสุทธิ์ทั้งกาย วาจา และใจเสมอ ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดก็ตาม


    นาวาชีวิต เปรียบเสมือน เรือใบ เรือใบหรือนาวา เปรียบเสมือนชีวิตของเราที่จะต้องฟันฝ่าอุปสรรคต่าง ๆ ในโลกนี้ เหมือนกับนาวาที่จะต้องฝ่าคลื่นลมมรสุม แดด และฝนในท้องทะเล  เพื่อมิให้ล่มจมอยู่กลางทะเล เป็นคติให้คิดเสมอว่า ชีวิต” คือการต่อสู้


    ดวงดาว และเรือพาย            ดวงดาวกับเรือพาย หมายถึง ความหวังทางด้านจิตใจ ซึ่งศาสนาเป็น แสงแห่งธรรมและสรรพวิทยาการที่ได้รับจากสถาบันแห่งนี้เป็น แสงแห่งปัญญารวมกันเป็นดุจดวงประทีปส่องนำทางในชีวิต ให้เดินหน้าไปให้บรรลุถึงจุดมุ่งหมายปลายทางของชีวิตได้ ด้วยคุณธรรม lang="th" และปัญญา โดยไม่หลงกลางทะเลของชีวิต รูปคนในเรือพาย ก็คือ ชีวิตของเรานั่นเอง


    D และ S คั่นกลางด้วยไม้กางเขน 
    A และ DIVINITY หมายถึง  ศาสนา เราทุกคนต้องมีศาสนาเป็นหลักยึดเหนี่ยวจิตใจ เครื่องหมายแห่งความรัก และความเสียสละ ดังที่พระคริสต์เจ้าได้ทรงสละชีวิตของพระองค์ด้วยความรัก เพื่อที่จะช่วยไถ่บาปให้แก่มวลมนุษย์ ดังที่พระองค์ได้ตรัสไว้ว่า ไม่มีความรักอันใดยิ่งใหญ่ไปกว่าที่เราจะยอมพลีชีพเพื่อเพื่อนมนุษย์ของเรา”
      S  หรือ SCIENCE หมายถึง วิทยาการ ความรู้ที่ทำให้เรามีเหตุผลคนเราทุกคนควรจะมุ่งหาความรู้อยู่เสมอ ยิ่งเรามีความรู้ฝ่ายโลกมากเท่าใด เราก็ยิ่งควรสนใจหาความรู้ฝ่ายธรรมให้มากขึ้นเท่านั้น
    นอกจากนี้ D และ S ยังย่อมาจาก DIEU SEUL (ภาษาฝรั่งเศส) ซึ่งหมายความว่า >“จงทำงานทุกอย่างเพื่อสิริมงคลแด่พระเจ้าอันเป็นคติพจน์ของนักบุญหลุยส์ มารี กรีญอง เดอ มงฟอร์ต ผู้ก่อตั้งคณะภราดาเซนต์คาเบรียล ด้วยคติพจน์อันเป็นพลังในนี้เอง จึงทำให้พวกเราไม่ย่อท้อต่อความเหนื่อยยาก ไม่ว่าจะเป็นการเล่าเรียนและการทำงานซึ่งเรายึดถือปฏิบัติมาจนกระทั่งทุกวันนี้


    โล่ล้อมรอบลักษณ์ทั้งสี่         โล่เป็นกรอบล้อมรอบสัญลักษณ์ทั้งสี่นั้น เป็น “COAT OF ARMS” เป็น HONOURS หรือเป็นสิ่งคู่บารมีของครอบครัวเรา หมายถึง เกียรติประวัติ และคำยกย่องสรรเสริญ ที่สถาบันของเราได้รับมาจากพระเจ้าแผ่นดินผู้ครองอำนาจทั้งในและนอกประเทศ


    ดอกไม้และกิ่ง OLIVE             พวงมาลัย  หรือดอกไม้ที่ล้อมรอบโล่ หมายถึง ชัยชนะ และความสำเร็จมีที่มาจากนักกีฬาที่มีชัยชนะจากการแข่งขันในสมัยโบราณจะได้รับเกียรติ โดยได้รับสวมพวงมาลัยดอกไม้จากกษัตริย์ หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ เป็นมาลัยเกียรติยศที่จะเตือนใจให้ทุกคนกระทำความดี เพื่อเชิดชู เป็นคติพจน์ประจำคณะและทุกสถาบัน ซึ่งหมายความว่า อุปสรรคทั้งปวงสามารถเอาชนะได้ด้วยความอุตสาหะวิริยะ

วันอังคารที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2555

สถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดฉะเชิงเทรา





วัดสมานรัตนาราม ตั้งอยู่ระหว่างอำเภอบางคล้า และอำเภอคลองเขื่อน ริมแม่น้ำบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็น วัดที่มีองค์พระพิฆเนศปางนอนเสวยสุขที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย สูง 16 เมตร ยาว 22 เมตร เนื้อชมพู เป็นพระพิฆเนศปางนอนเสวยสุขที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ลักษณะกึ่งนั่งนอนตะแคง โดยพระหัตถ์ซ้าย ถืองาที่ หัก พระหัตถ์ขวาถือดอกบัว โดยรอบฐานมีพระพิฆเนศ 32 ปาง ให้ได้ขอพรสักการะความหมาย ของ พระพิฆเนศ ปางนอนเสวยสุข คือ ความสุขสบาย ความสุขบริบูรณ์มั่งคั่งพร้อมทุกด้าน รื่นรมย์ ไร้ทุกข์ ไร้ความ เศร้าหมอง อิ่มหนำสำราญ มีกิน มีโชคลาภ จะนำความความสุขสบายมาสู่ผู้บูชา ถือเป็นมหามงคล สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่อยู่คู่ ประชาชนในจังหวัดฉะเชิงเทราอีกด้วย
บริเวณด้านหน้าพระพิฆเนศ จะมีปูนปั้นรูปหนูอยู่สองตัว ชื่อว่าหนูมุสิกะ ซึ่งเป็นต้นห้องของพระพิฆเนศ ซึ่งจะมี นักท่องเที่ยวต่อแถวยาวยืนกระซิบที่รูปปั้นหนูนั้น เชื่อว่า ถ้าอยากได้สิ่งใด ขอพรสิ่งใดให้สมหวัง ให้ไปกระซิบที่หู หนู แล้วหนูจะนำสิ่งที่เราขอนั้นไปบอกท่านพระพิฆเนศให้ประทานสิ่งที่ต้องการกลับมา และที่สำคัญอย่าลืม ติดสิน บนหนูด้วย โดยการทำบุญใส่ตู้ที่วางไว้ด้านหน้าเขามีเคล็ดลับอีกอย่างในการขอพรคือ เวลาไปกระซิบบอกท่านหนู ให้เราเอามืออีกข้างอ้อมไปปิดรูหูของท่านหนูอีกข้างด้วย ทั้งนี้เพราะป้องกันการฝากขอพรจะไม่เข้าหูซ้าย ทะลุ ออกไปหูขวานั่นเองภายใต้ฐานพระพิฆเนศ เป็นห้องจัดแสดงวัตถุมงคลได้เปิดให้ประชาชนเข้าชม และสำหรับผู้ที่ ต้องการบูชาองค์พระพิฆเนศ

วันอังคารที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2555


ในหลวงกับงานทันตกรรม





          เมื่อปี พ.ศ.2513 ภายหลังจากที่ทำพระทนต์ถวาย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระองค์ท่านทรงรับสั่งถามว่า "เวลาที่พระองค์ท่านมีปัญหา เกี่ยวกับฟัน มีทันตแพทย์มาช่วยกันดูแลรักษา แล้วราษฎรที่อยู่ห่างไกลความเจริญ มีหมอช่วยดูแลรักษาหรือเปล่า" เมื่อได้ทรงทราบจากทันตแพทย์ ผู้ถวายการรักษาว่า ไม่มี แม้แต่จังหวัดบางจังหวัด เช่น จังหวัดแม่ฮ่องสอน ไม่มีทันตแพทย์ประจำ อำเภอแทบทุกอำเภอในขณะนั้น ไม่มีทันตแพทย์เลย เมื่อพระองค์ท่านทรงทราบ จึงรับสั่งว่า "โรคฟัน เป็นโรคของทุกคน การที่จะให้ราษฎรผู้ยากไร้ และอยู่ห่างไกลความเจริญ ต้องทิ้งท้องไร่ท้องนา เข้ามารับการรักษาในเมือง คงเป็นไปไม่ได้ น่าที่ทันตแพทย์ จะเดินทางไปดูแลเป็นครั้งคราว ซึ่ง พระราชดำรัสในครั้งนั้น นับเป็นจุดเริ่มต้น งานทันตกรรมเคลื่อนที่ หรืองานทันตกรรมชนบท เป็นครั้งแรกในประเทศไทย โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานรถทำฟันเคลื่อนที่ พร้อมอุปกรณ์ครบ 1 คัน พนักงานขับรถ และผู้ช่วย และขอทันตแพทย์อาสาสมัคร จากคณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ครั้งละ 2 คน ออกไป ให้บริการทำฟัน และดูแลสุขภาพในช่องปาก ให้กับราษฎรที่ยากจน ตามตำบล และอำเภอต่างๆ ที่อยู่ห่างไกล โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงเจิมรถทันตกรรมเคลื่อนที่คันแรก เมื่อเดือนเมษายน พ.ศ.2513 ที่พระราชวังไกลกังวล หัวหิน และได้ออกบริการประชาชนที่อำเภอทับสะแก ใกล้เขตแดนพม่าเป็นครั้งแรก ทันตแพทย์อาสาจะผลัดเปลี่ยนกันทุกอาทิตย์ การให้บริการทำตลอดปี ยกเว้นฤดูฝน โดยย้ายไปตามอำเภอต่างๆ อำเภอละ 1 วัน ในระยะแรก การให้บริการ เป็นการถอนฟัน และให้ความรู้ในการดูแลสุขภาพช่องปาก เป็นส่วนใหญ่ เพราะราษฎรไม่เคยได้รับ การดูแลเรื่องฟันมาเลยในชีวิต



ดิฉันขอขอบพระคุณท่านอธิบดี และกรมอนามัย ที่ให้ความสนใจกับวชิาชีพทันตแพทย์ และให้เกียรติดิฉันมาบรรยายเรื่อง "ในหลวงกับงานทันตกรรม" ดิฉันได้มีโอกาสรับใช้ใต้เบื้องพระยุคลบาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาตั้งแต่ ปี พ.ศ.2512 นับเป็นเวลารวม 35 ปีแล้ว จึงได้รับทราบถึงพระมหากรุณาธิคุณ ที่พระองค์ท่านทรงมีต่อวิชาชีพทันตแพทย์ และงานทันตกรรม ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีโครงการตามพระราชดำริ ที่เป็นงานทันตกรรม อยู่หลายโครงการ








วันอังคารที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

   สคส  ในหลวง  2555




           วันที่ 31 ธันวาคม ประจำปีพุทธศักราช 2554 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานพระราชดำรัสอวยพรปีใหม่ พ.ศ.2555 แก่ปวงชนชาวไทย ความว่า ประชาชนชาวไทยทั้งหลาย บัดนี้ถึงวาระจะขึ้นปีใหม่ ข้าพเจ้าขอส่งความปรารถนาดี มาอวยพรแก่ท่านทุก ๆ คน และขอขอบใจท่านเป็นอย่างมาก ที่ร่วมกันจัดงานฉลองอายุครบ 7 รอบ ให้อย่างเหมาะสมงดงาม ระหว่างปีที่แล้ว เหตุการณ์ต่าง ๆ ในบ้านเมือง นับว่าเป็นปรกติดี แต่พอเข้าปลายปี ก็เกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ เป็นเหตุให้ประชาชนหลายจังหวัด ต้องประสบอันตราย และความเดือดร้อนลำบาก ความเสียหายครั้งนี้ ดูจะร้ายแรงกว่าครั้งไหน ๆ ที่ผ่านมา ข้อนี้น่าจะเป็นเครื่องเตือนใจอย่างสำคัญ ดังที่ข้าพเจ้าได้กล่าวไว้หลายครั้งแล้วว่า วิถีชีวิตของคนเรานั้น จะต้องมีทุกข์ มีภัย มีอุปสรรค ผ่านเข้ามาเนือง ๆ ไม่มีผู้ใดจะอยู่เป็นปรกติสุขอย่างเดียวได้ ทุกคนจึงจะต้องเตรียมกายเตรียมใจ และเตรียมการไว้ให้พร้อมเสมอ เพื่อเผชิญและป้องกันแก้ไขความไม่ปรกติเดือดร้อนต่าง ๆ ด้วยความไม่ประมาท ด้วยเหตุผล ด้วยหลักวิชา และด้วยสามัคคีธรรม

           ในปีใหม่นี้ จึงขอให้ประชาชนชาวไทย ได้ตั้งตนอยู่ในความไม่ประมาท โดยมีสติรู้ตัว และปัญญารู้คิดกำกับอยู่ตลอดเวลา ผู้ใดมีภาระหน้าที่อันใด ก็เร่งกระทำให้สำเร็จลุล่วงไปให้ทันการณ์ทันเวลา ผลงานทั้งนั้น จะได้ส่งเสริมให้แต่ละคน ประสบแต่ความสุขความเจริญ และทำให้ชาติบ้านเมืองดำรงมั่นคง และก้าวหน้าต่อไปด้วยความผาสุกสวัสดี

          ขออานุภาพแห่งคุณพระศรีรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย จงคุ้มครองรักษาท่านทุกคน ให้มีความสุข ไม่มีทุกข์ ไม่มีภัย ตลอดศกหน้านี้โดยทั่วกัน

          ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทาน ส.ค.ส.ปีพุทธศักราช 2555 แก่ประชาชนชาวไทย โดย ส.ค.ส.พระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในปีพุทธศักราช 2555 นี้ เป็นพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในฉลองพระองค์สากลสีเทาลายริ้วสีอ่อน ปกด้านซ้ายทรงประดับเข็มเครื่องหมายมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ มูลนิธิที่พระราชทานกำเนิดและทรงดำรงตำแหน่งพระบรมราชูปถัมภ์ ทรงผูกเนคไทสีแดงมีลวดลายสีทอง เข้าชุดกับผ้าปักพระกระเป๋า ฉลองพระองค์ชั้นในเป็นเชิ้ตขาว ประทับบนพระเก้าอี้ ด้านข้างพระเก้าอี้ที่ประทับทั้งสองข้าง มีโต๊ะกลม โต๊ะด้านขวาวางแจกันแก้วขนาดเล็กปักดอกไม้หลากสี

วันอังคารที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ในหลวงพระราชทานพรปีใหม่ พร้อม ส.ค.ส.2549




บัดนี้ถึงวาระจะขึ้นปีใหม่ ข้าพเจ้าขอส่งความปรารถนาดีมาอวยพรแก่ทุกๆ คน
ให้มีความสุข ความเจริญ และความสำเร็จสมประสงค์ในสิ่งที่ปรารถนา
ความปรารถนาของแต่ละคนคงไม่แตกต่างกันนัก คือปรารถนาสุขกายสบายใจ
ความสมบูรณ์ด้วยพลานามัย ด้วยทรัพย์ ด้วยเกียรติยศ พร้อมทั้งความสงบร่มเย็น
พูดถึงความสงบร่มเย็น อาจแยกได้เป็น 2 ส่วน คือความสงบภายนอก กับความสงบภายใน

ภายนอกได้แก่ความเป็นอยู่และสภาวะแวดล้อมที่เป็นปกติ ไม่มีภัยอันตรายหรือความยุ่งยากเดือดร้อน
เช่น น้ำท่วม ไฟไหม้ หรือการขัดแย้ง มุ่งร้ายทำลายกัน
ภายในได้แก่จิตใจที่สะอาดแจ่มใส ไม่มีกังวล ไม่มีความขุ่นเคืองขัดข้อง จิตใจที่สะอาดและสงบนี้สำคัญมาก
เพราะทำให้บุคคลมีสติรู้ตัว มีวิจารณญาณเที่ยงตรงถูกต้อง สามารถคิดอ่านสร้างสรรค์สิ่งที่จะอำนวยประโยชน์สุข
ความเจริญก้าวหน้า ตลอดจนชื่อเสียงเกียรติคุณ อันเป็นสิ่งที่แต่ละคนต้องการให้สัมฤทธิ์ผลได้
ในปีใหม่นี้ ข้าพเจ้าจึงขอให้ท่านทั้งหลายพยายามทำความคิดจิตใจให้สงบ แจ่มใส
ทำความเข้าใจอันดีในกันและกันให้เกิดขึ้น ผู้ที่ทำประโยชน์เกื้อกูลกันก็ควรแสดงไมตรีตอบขอบใจกัน
ด้วยความรักความหวังดี ทุกคนทุกฝ่ายจะได้สามารถร่วมมือ ร่วมความคิดกัน ปฏิบัติงานของตน ของชาติ
ให้ดำเนินก้าวหน้าไปโดยราบรื่นและมั่นคง บรรลุถึงจุดประสงค์ตามที่มุ่งหมาย

ขออานุภาพแห่งคุณพระศรีรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวไทยเคารพบูชา
จงอภิบาลรักษาท่านทุกคนให้ปราศจากทุกข์ ปราศจากภัย ให้มีความสุขสมบูรณ์
และความสำเร็จสมหวัง ตลอดศกหน้านี้โดยทั่วกัน


 

วันอังคารที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ฐานการเรียนรู้ ตามรอยพ่อหลวง หญ้าแฝก