ในหลวงกับงานทันตกรรม
เมื่อปี พ.ศ.2513 ภายหลังจากที่ทำพระทนต์ถวาย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระองค์ท่านทรงรับสั่งถามว่า "เวลาที่พระองค์ท่านมีปัญหา เกี่ยวกับฟัน มีทันตแพทย์มาช่วยกันดูแลรักษา แล้วราษฎรที่อยู่ห่างไกลความเจริญ มีหมอช่วยดูแลรักษาหรือเปล่า" เมื่อได้ทรงทราบจากทันตแพทย์ ผู้ถวายการรักษาว่า ไม่มี แม้แต่จังหวัดบางจังหวัด เช่น จังหวัดแม่ฮ่องสอน ไม่มีทันตแพทย์ประจำ อำเภอแทบทุกอำเภอในขณะนั้น ไม่มีทันตแพทย์เลย เมื่อพระองค์ท่านทรงทราบ จึงรับสั่งว่า "โรคฟัน เป็นโรคของทุกคน การที่จะให้ราษฎรผู้ยากไร้ และอยู่ห่างไกลความเจริญ ต้องทิ้งท้องไร่ท้องนา เข้ามารับการรักษาในเมือง คงเป็นไปไม่ได้ น่าที่ทันตแพทย์ จะเดินทางไปดูแลเป็นครั้งคราว ซึ่ง พระราชดำรัสในครั้งนั้น นับเป็นจุดเริ่มต้น งานทันตกรรมเคลื่อนที่ หรืองานทันตกรรมชนบท เป็นครั้งแรกในประเทศไทย โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานรถทำฟันเคลื่อนที่ พร้อมอุปกรณ์ครบ 1 คัน พนักงานขับรถ และผู้ช่วย และขอทันตแพทย์อาสาสมัคร จากคณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ครั้งละ 2 คน ออกไป ให้บริการทำฟัน และดูแลสุขภาพในช่องปาก ให้กับราษฎรที่ยากจน ตามตำบล และอำเภอต่างๆ ที่อยู่ห่างไกล โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงเจิมรถทันตกรรมเคลื่อนที่คันแรก เมื่อเดือนเมษายน พ.ศ.2513 ที่พระราชวังไกลกังวล หัวหิน และได้ออกบริการประชาชนที่อำเภอทับสะแก ใกล้เขตแดนพม่าเป็นครั้งแรก ทันตแพทย์อาสาจะผลัดเปลี่ยนกันทุกอาทิตย์ การให้บริการทำตลอดปี ยกเว้นฤดูฝน โดยย้ายไปตามอำเภอต่างๆ อำเภอละ 1 วัน ในระยะแรก การให้บริการ เป็นการถอนฟัน และให้ความรู้ในการดูแลสุขภาพช่องปาก เป็นส่วนใหญ่ เพราะราษฎรไม่เคยได้รับ การดูแลเรื่องฟันมาเลยในชีวิต
ดิฉันขอขอบพระคุณท่านอธิบดี และกรมอนามัย ที่ให้ความสนใจกับวชิาชีพทันตแพทย์ และให้เกียรติดิฉันมาบรรยายเรื่อง "ในหลวงกับงานทันตกรรม" ดิฉันได้มีโอกาสรับใช้ใต้เบื้องพระยุคลบาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาตั้งแต่ ปี พ.ศ.2512 นับเป็นเวลารวม 35 ปีแล้ว จึงได้รับทราบถึงพระมหากรุณาธิคุณ ที่พระองค์ท่านทรงมีต่อวิชาชีพทันตแพทย์ และงานทันตกรรม ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีโครงการตามพระราชดำริ ที่เป็นงานทันตกรรม อยู่หลายโครงการ
เนื้อหาน่าอ่านมากครับ
ตอบลบ